[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
รักเรียน เพียรทำดี มีวินัย ใจกตัญญู
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
กก.สรรหา กกต.จ่อประชุมนัดแรก 6 ต.ค.วางกรอบการทำงาน(25 ก.ย. 2560, 12:51) ทุกดราม่า ต้องมีเขา ส่องคอมเมนต์ฝากร้านในโซเชียลให้ตายก็ขอขายของก่อน(25 ก.ย. 2560, 12:46) 'บันโดวิช' สั่งลูกทีมลืมเกมพิชิตราชบุรี สู้ต่อไปเพื่อเป้าหมายของทีม(25 ก.ย. 2560, 12:45) ปรับให้ลงตัว! Before & After Living Balcony นั่งเล่นนอกห้อง(25 ก.ย. 2560, 12:44) ‘แมร์เคิล’ ชนะเลือกตั้งเป็นนายกฯ สมัย 4 -พรรคต้านผู้อพยพได้เข้าสภา(25 ก.ย. 2560, 12:40) หุ้นไทยปิดตลาดเช้า ปรับขึ้น 5.95 ดัชนีแตะ 1,665 จุด(25 ก.ย. 2560, 12:36) 'บิ๊กกุ้ย' ยกธงขาวไม่ขอโต้แย้ง ตั้ง กมธ.ร่วม หาก ป.ป.ช.ถูกโละ(25 ก.ย. 2560, 12:35) กกท. พร้อมผลักดันศึก 2 ล้อคนพิการ สู้ศึกอาเซียนพาราเกมส์(25 ก.ย. 2560, 12:30) อดเที่ยวงานกล้วยไข่ หนุ่มกำแพงเพชรเคราะห์ร้าย ชนรถโจ๋เลี้ยวเก็บรองเท้า(25 ก.ย. 2560, 12:28) แจงข้อกฎหมาย ทำไมตำรวจช่วย "ยิ่งลักษณ์" หนีไม่มีความผิด(25 ก.ย. 2560, 12:22) อากาศร้อนอบอ้าวไม่ใช่อุปสรรค คนแน่นกราบพระบรมศพ สัปดาห์สุดท้าย(25 ก.ย. 2560, 12:19) ลอบฆ่า! เกจิดังสกลนคร 'หลวงปู่บู่' คากุฏิ พบแผลฉกรรจ์กลางศีรษะ(25 ก.ย. 2560, 12:02) ทางการ! 'เอเอฟเอฟ' แจ้งเปลี่ยนรูปแบบศึกลูกหนัง ซูซูกิ คัพ 2018(25 ก.ย. 2560, 12:00) น่าสงสารหนูน้อยกับแม่ โดนหมาขย้ำ จยย.ล้มเจ็บหนัก เจ้าของไม่รับผิดชอบ(25 ก.ย. 2560, 11:56) กระทรวงอุตฯ ปรับกลยุทธ์ปล่อยสินเชื่อกองทุนเอสเอ็มอีให้เร็วขึ้น(25 ก.ย. 2560, 11:55) เบิกตัว ‘ดร.สวัสดิ์’อดีตปธ.สหกรณ์จุฬาฯ ขึ้นศาลตรวจพยานฉ้อโกง-ฟอกเงิน (25 ก.ย. 2560, 11:49) สุดช็อก บินรบตกทะเล ขณะบินโชว์ผาดแผลง นักบินดับ ต่อหน้าฝูงชนแม่-เมีย (คลิป)(25 ก.ย. 2560, 11:35) คสช.ตั้ง 'พรชัย' นั่งรักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(25 ก.ย. 2560, 11:33) 'บิ๊กป้อม' ปัดตอบบิ๊ก ตร.อักษรย่อ 'ภ.'หรือ 'ค.' สั่งพา 'ปู' หนี(25 ก.ย. 2560, 11:32) ลือหึ่ง! แข้งบาร์ซาโกรธจัด หลังรู้ข่าวทีมยื่นสัญญาสุดงามให้ ‘คูตินโญ’(25 ก.ย. 2560, 11:30)


  

   เว็บบอร์ด >> สอบถาม พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนการสอน >>
ดัชนีมวลกาย Body Mass Index (BMI)  VIEW : 565    
โดย K. Somboon

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 58.10.107.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 4 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 12:15:59    ปักหมุดและแบ่งปัน

ดัชนีมวลกาย
การวัดดัชนีมวลร่างกาย Body Mass Index (BMI) คือ อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักต่อส่วนสูง ที่ใช้บ่งว่าอ้วนหรือผอม ในผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ความสำคัญของการรู้ค่าดัชนีมวลร่างกาย เพื่อดูอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ถ้าค่าที่คำนวนได้ มากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าเป็นโรคอ้วนแล้ว จะมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคนิ่วในถุงน้ำดี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ผอมเกินไป ก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายลดลง ดังนั้นควรรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
สูตรคำนวณดัชนีมวลกายคือ [ดัชนีมวลกาย= น้ำหนักตัว / ความสูง ยกกำลังสอง]
40 หรือมากกว่านี้ : โรคอ้วนขั้นสูงสุด
35.0 - 39.9: โรคอ้วนระดับ2 คุณเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มากับความอ้วน หากคุณมีเส้นรอบเอวมากกว่าเกณฑ์ปกติคุณจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง คุณต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างจริงจัง
28.5 - 34.9: โรคอ้วนระดับ1 และหากคุณมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม.(ชาย) 80 ซม.(หญิง) คุณจะมีโอกาศเกิดโรคความดัน เบาหวานสูง จำเป็นต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย
23.5 - 28.4: น้ำหนักเกิน หากคุณมีกรรมพันธ์เป็นโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงต้องพยายามลดน้ำหนักให้ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 23
18.5 - 23.4: น้ำหนักปกติ และมีปริมาณไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติ มักจะไม่ค่อยมีโรคร้าย อุบัติการณ์ของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงต่ำกว่าผู้ที่อ้วนกว่านี้
น้อยกว่า 18.5: น้ำหนักน้อยเกินไป ซึ่งอาจจะเกิดจากนักกีฬาที่ออกกำลังกายมาก และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ วิธีแก้ไขต้องรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และมีปริมาณพลังงานเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
   ดัชนีมวลกาย bmi หาค่าอย่างไร แล้วลองมาเช็กดูซิว่า ค่าดัชนีมวลกายของเราอยู่ในเกณฑ์ไหน
          จะว่าไป บางทีเราก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันนะว่าตอนนี้ตัวเอง "อ้วน" หรือ "ผอม" เกินไป เพราะดูเผิน ๆ แค่รูปร่างภายนอกก็สรุปไม่ได้เหมือนกัน ว่า น้ำหนักกับส่วนสูงของเราสมดุลกันหรือเปล่า แต่เรามีวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คุณรู้ตัวเองได้ว่าตอนนี้รูปร่างของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือผิดปกติไหมนะ นั่นก็คือ การหาค่าดัชนีมวลกายนั่นเอง
 แล้วดัชนีมวลกายคืออะไรล่ะ?
          ดัชนีมวลกาย หรือ Body mass index (BMI) เป็นค่าดัชนีที่คำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อใช้เปรียบเทียบความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัว ต่อความสูงของมนุษย์นั่นเอง ซึ่ง Adolphe Quetelet ชาวเบลเยียม เป็นผู้คิดค้นขึ้น และถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว 
 หาค่าดัชนีมวลกายได้อย่างไร?
          ง่าย ๆ แค่ต้องรู้ตัวเลข 2 อย่าง คือ "น้ำหนักของตัวเอง" (หน่วยเป็นกิโลกรัม) และ "ส่วนสูงของตัวเอง" (หน่วยเป็นเมตร) ตัวอย่างเช่น เราน้ำหนัก 60 กิโลกรัม มีส่วนสูง 160 เซนติเมตร หรือเท่ากับ 1.6 เมตร ก็จำเลข 60 กิโลกรัม กับส่วนสูง 1.6 เมตรเอาไว้ ถ้าพร้อมแล้วก็มาลองคำนวณดัชนีมวลกายของตัวเองดูกันเลย 
 สูตรคำนวณดัชนีมวลกาย
          BMI = น้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง
          ถ้าเราหนัก 60 กิโลกรัม สูง 1.6 เมตร ก็จะคำนวณได้เป็น 60 หารด้วย (1.6x1.6) = 23.43
          จำตัวเลขที่เราคำนวณไว้ให้ดีนะจ๊ะ เพราะเราจะนำตัวเลขที่ออกมานี้แหละไปเทียบกับเกณฑ์ต่อไปนี้
ดัชนีมวลกาย ค่า bmi
 มาดูเกณฑ์ประเมินค่าดัชนีมวลกาย
          สำหรับค่านี้กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)
 
           ค่าที่ได้น้อยกว่า 18.5 >>>> คุณผอมเกินไป
           ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 18.5-24.9 >>> คุณอยู่เกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักตัวปกติ
           ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 25-29.9 >>> คุณน้ำหนักเกิน แต่ยังไม่เรียกว่าอ้วน
           ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 30-39.9 >>> คุณอ้วนแล้ว !
           ค่าที่ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 40 >>> คุณอ้วนเกินไป อันตรายมาก !!!
          เห็นเกณฑ์ข้างต้น หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมตัวเลขเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบไม่ตรงกับที่เคยรู้มา อันนี้ต้องบอกก่อนค่ะว่า ค่านี้เป็นค่าที่ใช้ในประเทศเมืองหนาว แต่ถ้านำมาเทียบกับคนเอเชีย ซึ่งเป็นเมืองร้อน จะมีการปรับเปลี่ยนตัวเลขนิดหน่อย เพื่อให้เหมาะสมกับเมืองร้อนที่ไม่จำเป็นต้องมีไขมันไว้ปกป้องร่างกายจากอากาศหนาว ๆ มากนัก ดังนั้น ค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียจะต้องเป็น
           ค่าที่ได้น้อยกว่า 18.5 >>>> คุณผอมเกินไป
           ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 >>> คุณอยู่เกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักตัวปกติ
           ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 23-24.9 >>> คุณน้ำหนักเกิน แต่ยังไม่เรียกว่าอ้วน
           ค่าที่ได้มากกว่า 25-29.9 >>> คุณอ้วนแล้ว ! 
           ค่าที่ได้มากกว่า 30 >>> คุณอ้วนเกินไป เสี่ยงที่จะเกิดโรคที่มาจากความอ้วน
          ดังนั้น จากที่เราคำนวณได้ค่า 23.43 ถ้าเป็นคนเอเชียก็เท่ากับน้ำหนักเกินไปนิดหน่อยจ้า แต่ยังไม่เรียกว่าอ้วนนะ 
          อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกก็คือ ค่าดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้กับคนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก ๆ อย่างนักกีฬา นักเพาะกาย หรือหนุ่ม ๆ ที่ชอบฟิตกล้ามนะจ๊ะ เพราะคนกลุ่มนี้อาจจะมีน้ำหนักมาก แต่ก็ไม่จัดว่าอ้วน
          ลองนำสูตรนี้ไปคำนวณกับตัวเองดูได้เลย อย่างน้อยก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เตือนให้เราได้รู้ตัวกันเนอะ เพราะถ้าอ้วนเกินไป รับรองว่าต้องเจอโรคร้ายมารุมเร้าแบบไม่ต้องกวักมือเรียกแน่นอน จะได้รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไว ยิ่งปรับเร็วเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น
Source: HonestDocs



I like this
I dislike this
likes, dislikes