[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
รักเรียน เพียรทำดี มีวินัย ใจกตัญญู
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
‘ม.เกษมบัณฑิต’ ตายยาก! ไล่เจ๊า ‘กรมทางหลวง’ สุดมัน 3-3(18 พ.ย. 2560, 20:50) โรครุมเร้า! อดีตตำรวจแดนจิงโจ้ ปืนจ่อคอหอยหนีทรมาน ทิ้งชีวิตที่ไทย (18 พ.ย. 2560, 20:45) กิเลนเปิดรังอัดกระต่ายแก้ว 2-0 ส่งท้ายซีซั่น 2017(18 พ.ย. 2560, 20:30) 'พิชัย' หวังใช้เวทีจีพีพีฯ เฟ้นกำปั้นหญิงช้างเผือกสู่โอลิมปิก 2020(18 พ.ย. 2560, 20:00) กระบะสองแถวสัตหีบ-นาเกลือ เสียหลักพุ่งอัดต้นไม้ที่บางเสร่ ตาย 5 เจ็บ 9 (คลิป)(18 พ.ย. 2560, 19:56) รบ.เดินหน้ายกระดับเกษตรดิจิทัล นายกฯเผย อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง(18 พ.ย. 2560, 19:55) อุกอาจ! เปิดคลิปกลุ่มโจ๋บุกหอพัก กระหน่ำแทงคู่อริ จมกองเลือด (18 พ.ย. 2560, 19:40) พบเฒ่าวัย 74 โดดเดี่ยวในบ้านผุพัง ถูกหลงลืมอยู่ท่ามกลางความเจริญ(18 พ.ย. 2560, 19:24) อึ้งตาค้าง! นักบินสหรัฐฯ คึกทิ้งรอยไอพ่นรูป 'ปลัดขิก' เหนือฟ้าวอชิงตัน(18 พ.ย. 2560, 19:19) อินทรีแดงไล่อัดชงโคฯ 3-1 ผงาดแชมป์จตุรมิตร ครั้งที่ 28(18 พ.ย. 2560, 19:15) ให้คุกกี้ทำนายกัน! สาวๆ BNK48 ปล่อยเอ็มวี คุกกี้เสี่ยงทาย แล้วจ้า(18 พ.ย. 2560, 18:51) อัพเดต อาการ รปภ.หนุ่มเหยื่อหมอยอร์น อาการดีขึ้น หายใจเองได้บ้าง(18 พ.ย. 2560, 18:49) ล่าตัวพ่อเลี้ยงพี้ยา ทำร้ายด.ญ.ขวบเศษ เลือดออกสมอง ตั้งค่าหัวนำจับ !(18 พ.ย. 2560, 18:48) แข้งคุณภาพ! น้ามูมั่นใจ ‘อิบรา-ลูกากู’ เล่นเข้าขากันได้แน่(18 พ.ย. 2560, 18:35) นักแสดงชื่อดัง เข้าวิวาห์เจ้าสาวนอกวงการ อย่างเรียบง่าย(18 พ.ย. 2560, 18:30) สรุปข่าวเด่นรอบวันประจำวันที่ 18 พ.ย. 60 ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. (คลิป)(18 พ.ย. 2560, 18:17) พท.ไม่ได้คาดหวังปรับครม.ชี้นายกฯคนเดิมจี้เปิดพื้นที่ปชช.แสดงความเห็น(18 พ.ย. 2560, 18:17) แอร์สาว สุดปลาบปลื้ม เล่าวินาที พระองค์หญิง ทรงเซอร์ไพรส์วันเกิด(18 พ.ย. 2560, 18:10) หลอกเป็นตำรวจ ลวงสาวพม่าขืนใจ พบประวัติ ฉ้อโกง-ลักทรัพย์ นับสิบคดี (18 พ.ย. 2560, 18:09) สาวโคราชดุในบ้าน! พลิกดับ ‘บีจีวีซี’ สุดมัน 3-1 เซต(18 พ.ย. 2560, 18:00)


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ภูมิแพ้  VIEW : 258    
โดย Dr. Jenjira Suksawas

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 58.10.207.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 25 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 15:50:13    ปักหมุดและแบ่งปัน

โรคภูมิแพ้

สุขภาพ

          โรคภูมิแพ้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า allergy เป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุุ้มกันของร่างกาย แม้หลาย ๆ คนคิดว่าโรคนี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรมองข้ามโรคภูมิแพ้เด็ดขาด เพราะความรุนแรงมีตั้งแต่เบาบางไปจนถึงขั้นร้ายแรงและทำให้เสียชีวิตได้ มาทำความรู้จักกับโรคภูมิแพ้ให้มากขึ้นว่า โรคภูมิแพ้ มีสาเหตุมาจากอะไร อาการและวิธีรักษามีอย่างไรบ้าง รวมทั้งวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ต้องทำอย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที

โรคภูมิแพ้คืออะไร

          โรคภูมิแพ้คือภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ไว ต้องสิ่งกระตุ้น โดยอาการภูมิแพ้นี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสสารบางชนิด ซึ่งสสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้จะเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ และเมื่อร่างกายเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้แล้วก็จะหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ออกมา จนทำให้ร่างกายเกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการคัน ไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก ลมพิษ เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ สาเหตุเกิดจากอะไร

          โรคภูมิแพ้เกิดได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ ได้แก่ กรรมพันธุ์ที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

1. สาเหตุจากกรรมพันธุ์

          โรคภูมิแพ้บางชนิดอาจเกิดขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งถ้าหากมีการซักประวัติแล้วพบว่าพ่อและแม่ของผู้ป่วยมีอาการแพ้ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้เพียงคนเดียว ทั้งนี้โรคภูมิแพ้ที่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ได้แก่ โรคหืด โรคแพ้อากาศ และผื่นภูมิแพ้ในเด็ก

2. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม

          สิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุส่วนใที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนส่วนใหญ่ ซึ่งสิ่งแวดล้อมนี้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ ทั้งจากการหายใจ การทานอาหาร ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยที่สุดก็มีทั้งอาหาร เช่น อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ถั่วชนิดต่าง ๆ หรือโปรตีนบางชนิด นอกจากนี้สสารที่อยู่ในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็นก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง เชื้อราในอากาศ เกสรดอกไม้ และขนสัตว์ เป็นต้น

          นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้เกิดได้ง่ายขึ้น เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อากาศที่เย็นจัด หรือมลพิษทางอากาศ อย่างเช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ควันบุหรี่ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกันค่ะ

โรคภูมิแพ้ อาการเป็นอย่างไร

          อาการของโรคภูมิแพ้นั้นค่อนข้างจะเห็นได้ชัดเนื่องจากสารฮีสตามีนที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้จะไปทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย โดยอาการของโรคภูมิแพ้สามารถแบ่งได้ตามชนิดของโรคดังนี้

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)

          อาการของโรคนี้จะเกิดขึ้นในลักษณะของผิวหนังอักเสบโดยผู้ป่วยจะมีผิวแห้งหรือแห้งมาก และจะมีอาการคันเรื้อรัง ทั้งนี้หากมีอาการแพ้แบบเฉียบพลันก็จะมีรอยเห่อแดง และคัน อาจมีตุ่มน้ำใส ๆ เล็ก ๆ มีน้ำเหลืองซึมเยิ้มออกมาจากผิวตุ่มเหล่านั้น รวมทั้งอาจมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังร่วมด้วย นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีผื่นแบบเรื้อรังเป็นปื้นนูน ผิวหนังเป็นขุยแห้งหรือตกสะเก็ดซึ่งเกิดจากการเกาด้วย

          ตำแหน่งที่เกิดโรคภูมิแพ้ผิวหนังส่วนใหญ่แล้ว หากเป็นเด็กทารกจะพบที่บริเวณแก้ม ด้านนอกของแขนขา ข้อมือและข้อเท้า ส่วนในเด็กโตหรือผู้ใหญ่จะเกิดที่บริเวณข้อพับต่าง ๆ เช่น แขนและขาทั้ง 2 ข้าง หรือถ้าหากเป็นมากก็อาจจะลามไปทั่วร่างกายได้

โรคภูมิแพ้อากาศ หรือโรคภูมิแพ้จมูก (Atopic dermatitis)

          โรคภูมิแพ้อากาศหรือโรคภูมิแพ้จมูก มีอีกชื่อหนึ่งว่า โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ เนื่องจากเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับเยื่อบุจมูก ซึ่งเยื่อบุจมูกของผู้ป่วยจะไวต่อสิ่งเร้า อาทิ สภาพอากาศ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา ขนสัตว์ หรือแม้แต่กลิ่น และสิ่งระคายเคืองต่าง ๆ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ก็คือ จะมีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก มีเสมหะในลำคอ เลือดกำเดาไหลบ่อย นอกจากนี้ยังอาจมีอาการคันตา น้ำตาไหล คันหู และหูอื้อร่วมด้วย

โรคหืด (Asthma)

          โรคหืด ถือเป็นโรคภูมิแพ้อีกชนิดหนึ่ง เพราะอาการของโรคนี้สารก่อภูมิแพ้จะก่อให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้หลอดลมตีบตัน ซึ่งอาการมีหลายลักษณะ เช่น ไอ หอบไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หายใจสั้นและลำบาก อาการเหล่านี้จะรุนแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของปอด ทั้งนี้หากไม่ได้รับยาอย่างทันท่วงทีก็อาจจะทำให้อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ


โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE)

          โรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือที่รู้จักกันในนามโรคพุ่มพวง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่โดยปกติจะทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แต่โรคนี้ร่างกายจะหลั่งสารแอนติบอดีออกมาต่อต้านร่างกายเสียเอง ทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่าง ๆ หากเป็นรุนแรงมากขึ้นก็จะทำลายอวัยวะภายในจนทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้โรคดังกล่าวยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้

          อาการที่พบได้บ่อยของผู้ป่วยโรคนี้ได้แก่ มีไข้ มีผื่นขึ้นที่ใบหน้าและตามร่างกาย เกิดแผลในปาก ผมร่วง ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปัสสาวะเป็นฟอง คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง ติดเชื้อง่าย เกล็ดเลือดต่ำ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง แขนขาอ่อนแรง ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ไตอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

          ทั้งนี้อาการของโรคภูมิแพ้ตัวเองนั้นจะไม่สามารรักษาให้หายได้ และทำได้เพียงควบคุมให้อาการสงบเท่านั้น


โรคภูมิแพ้ขึ้นตา (Eye Allergies)

          อาการของโรคภูมิแพ้ขึ้นตามักจะเกิดขึ้นร่วมกับอาการแพ้อื่น ๆ อาทิ แพ้อากาศ หรือแพ้อาหาร สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของดวงตา ไม่ว่าจะเปลือกตา หนังตา เยื่อบุตาขาว กระจกตา ท่อน้ำตาหรือต่อมน้ำตา ทั้งนี้อาการที่พบได้บ่อยได้แก่ คันตา ขี้ตาเยอะจนลืมตาไม่ขึ้น โดยขี้ตาจากอาการภูมิแพ้จะมีสีขาวขุ่น และเหลืองอ่อน ๆ  แต่ถ้าหากมีภาวะติดเชื้อร่วมด้วยขี้ตาจะเป็นสีเขียว นอกจากนี้ยังมีอาการเยื่อบุตาแดง หรือมีอาการปวดตา หากอาการรุนแรงมาก ๆ อาจจะทำให้การมองเห็นแย่ลง เกิดกระจกตาเป็นแผล และถึงขั้นตาบอดได้

โรคภูมิแพ้อาหาร (Food Allergies)

          โรคภูมิแพ้อาหารเป็นโรคที่พบเห็นได้บ่อย ซึ่งมีอาการหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปวดท้องบิด มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ริมฝีปาก ลิ้นและช่องปากบวม หายใจลำบาก บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดอาการช็อก ทั้งนี้อาการสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลันหรือเกิดหลังจากรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไปแล้วหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน อาหารที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ ไข่ นมวัว อาหารทะเล สารเคมีในอาหาร อาทิ สีผสมอาหาร สารกันบูด ผงชูรส และโปรตีนบางชนิด อย่างโปรตีนกลูเตน เป็นต้น

ภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง (Food intolerance)

          อาการของภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงนั้นจะแตกต่างจากอาการแพ้ทั่วไปโดยสิ้นเชิง เพราะภูมิแพ้อาหารแฝงจะไม่แสดงอาการออกมาภายนอก แตกต่างจากการแพ้อาหารทั่วไปที่เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทานอิมมูโนโกลบูลินชนิดอี (Immunoglobulin e - Ige) และสารชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้แมสต์เซลล์ (Mast Cell) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการหลังสารอักเสบ และก่อให้เกิดอาการแพ้ในที่สุด

          ทว่าภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงนี้ ร่างกายจะสร้างสารภูมิต้านทานอิมมูโนโกลบูลินชนิดจี (Immunoglobulin g - Igg) แทน ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้จะไม่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ที่ภายนอก และเมื่อสารเหล่านี้สะสมในร่างกายมากเกินความสามารถของเม็ดเลือดขาวที่จะกำจัดได้ก็จะทำให้เซลล์เหล่านี้ไปกระตุ้นการอักเสบต่าง ๆ จนกลายเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว อาทิ โรคหวัดเรื้อรัง หูน้ำหนวกเรื้อรัง ไซนัสอักเสบเรื้องรัง ข้ออักเสบเรื้อรัง บางกรณีก็ก่อให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง เป็นต้น


วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ ทำอย่างไร­

          วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดก็คือการเลี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้ โดยหากเกิดอาการแพ้ควรเลิกใช้หรือหยุดรับประทานสิ่งที่ทำให้แพ้โดยทันที และควรรับประทานยาแก้แพ้ ซึ่งยาเหล่านี้จะมีสารต้านฮีสตามีนช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้สารสเตียรอยด์ เพื่อปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกัน แต่ในรายที่มีอากาศแพ้ค่อนข้างรุนแรงก็อาจจะต้องได้รับการฉีดอะดรีนาลีนเพื่อบรรเทาอาการแทน

          ทั้งนี้นอกจากการรักษาอาการที่เกิดขึ้นเฉียบพลันแล้วก็ยังมีวิธีการรักษาในระยะยาวเพื่อให้โรคภูมิแพ้หายได้สนิทอีกด้วย โดยวิธีการรักษาจะเริ่มจากการตรวจวินิจฉัย และเริ่มทดสอบว่าอะไรคือสาเหตุของการแพ้ หลังจากนั้นก็จะมีการบำบัดด้วยการค่อย ๆ ฉีดสารก่อภูมิแพ้นั้นเข้าไปในร่างกายทีละนิดเพื่อให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อสารดังกล่าว หรือบางรายก็อาจจะบำบัดด้วยการรับประทานยา วิธีการนี้ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถรักษาให้หายขาดได้หากเป็นอาการแพ้ที่เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่ถ้าหากเกิดจากกรรมพันธุ์ วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากอาการที่เกิดจากสาเหตุนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และต้องอาศัยวิธีการรับประทานยาเพื่อควบคุมอาการให้สงบค่ะ

วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้

          วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคถูมิแพ้ก็คือการหลีกเลี่ยงและกำจัดสารก่อให้เกิดภูมิแพ้และสารที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่าง ๆ โดยหากเป็นโรคภูมิแพ้อาหาร ก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือถ้าหากมีอาการของภูมิแพ้ขึ้นจมูกบ่อย ๆ ก็ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดบริเวณที่อาศัยอยู่ให้สะอาดอยู่เสมอ

          นอกจากนี้ก็ยังมีการวิจัยพบว่านมแม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ เพราะในนมแม่จะไม่มีโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงควรให้เด็กแรกเกิดดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน เพื่อเป็นการสร้างภูมิต้านทานตั้งแต่ยังเด็ก ช่วยลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ได้ค่ะ ไม่เพียงเท่านั้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วนก็จะช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน

          โรคภูมิแพ้ เป็นอาการที่อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด อีกทั้งยังมีทั้งแบบที่แสดงอาการหรือเป็นภาวะแอบแฝง ทางที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยมีประวัติการแพ้ก็ควรจะหมั่นสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ แต่ถ้าหากเป็นผู้เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว ก็ควรดูแลตัวเอง และหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้ให้ไกลที่สุด เพื่อที่อาการจะได้ไม่กำเริบค่ะ



I like this
I dislike this
likes, dislikes