[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
รักเรียน เพียรทำดี มีวินัย ใจกตัญญู
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
'เคน' กู้ชีพ! ไก่สะดุดได้แค่เจ๊านักบุญ 1-1 อดทาบท็อปโฟร์(22 ม.ค. 2561, 01:00) เลวาน ควง มุลเลอร์เบิ้ล! 'พี่เสือ' โดนก่อนพลิกขย้ำนางนวล 4-2(22 ม.ค. 2561, 00:30) รวบคาดอนเมือง 2 ผู้ต้องสงสัย ซิ่งรถไล่ชน-แทงอิสราเอล ตายที่สมุย(22 ม.ค. 2561, 00:22) ใครว่าโด้!! ระห่ำจัด 2 เม็ด ‘ราชัน’ คลุ้มคลั่งกะซวกลาคอฯ 7-1 (22 ม.ค. 2561, 00:00) หนุ่มผูกคอกับคอมพ์ ถ่วงตัวเองลงน้ำ คาดน้อยใจ โทรหาเมีย ไม่รับสาย(21 ม.ค. 2561, 23:38) แก๊งอิสราเอล ขับรถชน จยย. เพื่อนร่วมชาติ ไล่แทงซ้ำ ตาย1เจ็บ1 กลางสมุย(21 ม.ค. 2561, 23:23) สิ้น 'ชาติชาย เชี่ยวน้อย' อดีตยอดมวยแชมป์โลก หลังต่อสู้สารพัดโรค(21 ม.ค. 2561, 23:18) เผยภาพล่าสุด ‘อเล็กซิส’ จ่อย้ายเป็นนักเตะใหม่ผี(21 ม.ค. 2561, 22:30) ป.ป.ส.ยันคนร้ายรีด 1 แสน ชาวบ้านสงขลาไม่ใช่ จนท. เร่งตามตัวดำเนินคดี(21 ม.ค. 2561, 22:00) รับยามะเร็ง หมอแสง เดือนก.พ.61 คาดทะลัก 2.5หมื่นคน มีQRโค้ด แจ้งพิกัด (21 ม.ค. 2561, 21:48) นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวัง! ซากุระบานสะพรั่งนับแสนต้น ที่ยอดภูลมโล(21 ม.ค. 2561, 21:35) ‘ฟอนตาเนียล’ พอใจมวยหญิง ชี้กำปั้นหลายรายมีอนาคต(21 ม.ค. 2561, 21:30) เก๋งหนุ่มยูเครนหลุดโค้ง ประสานงารถตู้หน้ายับ พาสาวรัสเซียดับ 2 ราย(21 ม.ค. 2561, 21:15) บีบหัวใจ! สุพรีมฯ บุกเฉือน ขอนแก่น สตาร์ สุดมัน 3-2 เซต (21 ม.ค. 2561, 21:00) ทหารพรานนราฯ พาสมาชิกแนวร่วมฯ ขึ้นเขาตะเว ยึดปืนลูกซอง-ปุ๋ยยูเรีย (21 ม.ค. 2561, 20:50) สาวเจ็บคอฉุน! เจอใบรับรองแพทย์ให้เปลี่ยนงาน หมอแนะดูแลสุขภาพแต่ไม่พอใจ(21 ม.ค. 2561, 20:45) อดีต ส.ส.ปชป.อัดเกมต่อท่ออำนาจ ชี้ คสช.-รบ.ล้มก็เพราะตัวเอง อย่าโทษใคร(21 ม.ค. 2561, 20:45) ‘ลักษิกา’ นำทีมนักหวดหญิงไทย สู้ศึก ‘เฟดคัพ 2018’(21 ม.ค. 2561, 20:30) 'วัวหัน' สูตรบังรีม เด็ดดวงทะลวงตับ หากินได้เฉพาะงานมัสยิดที่ประจวบฯ(21 ม.ค. 2561, 20:20) 2สาวเล่าประสบการณ์สยอง! ทำนมแล้วเน่า หมอลืมผ้าก๊อซไว้ มีปัญหาไม่เคยดูแล(21 ม.ค. 2561, 20:09)


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
อุจจาระปนเลือด  VIEW : 214    
โดย ดร. ศิรพงศ์ รักต์เธียรธรรม

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 51
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 5
Exp : 76%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 171.96.191.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 13 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2560 เวลา 13:01:32    ปักหมุดและแบ่งปัน

อุจจาระปนเลือด
 
ปวดประจำเดือน, ปวดท้องประจำเดือน, เจ็บท้องประจำเดือน หรือ ปวดท้องเมนส์ (Dysmenorrhea) คือ อาการปวดท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานในขณะที่มีประจำเดือน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอตามรอบของการมีประจำเดือน (โดยปกติจะห่างกันทุก 28 วัน แต่บางคนก็มาเร็วหรือช้ากว่านี้) การปวดประจำเดือนนี้ส่วนใหญ่พบได้ในผู้หญิงวัยมีประจำเดือน ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดไม่มากและยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่มีส่วนน้อยที่อาจปวดรุนแรงจนต้องพักงาน โดยอาการปวดประจำเดือนนั้นแบ่งออกได้เป็น ชนิดปฐมภูมิ (ไม่ทราบสาเหตุ) ซึ่งพบได้เป็นส่วนมาก กับชนิดทุติยภูมิ (มีสาเหตุ) ซึ่งพบได้เป็นส่วนน้อย
 
ในช่วงหนึ่งของชีวิตผู้หญิงที่มีประจำเดือน มีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่ไม่มีอาการปวดประจำเดือนเลยซึ่งนับว่าเป็นโชคดีมาก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่นจำนวนมากถึง 90% จะมีอาการปวดประจำเดือนมากบ้างน้อยบ้างสลับกันไป และมีผู้หญิงอีกประมาณ 5-10% ที่จะมีอาการปวดประจำเดือนมากจนทำให้ต้องพักงานหรือขาดเรียนอยู่เสมอในช่วงที่มีประจำเดือน ทำให้เสียโอกาสในการทำงานและการเรียนรู้ และยังอาจมีผลกระทบต่อจิตใจหรือความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวซึ่งประเมินเป็นมูลค่าทางการเงินไม่ได้อีกด้วย
 
จากการศึกษาพบว่า อายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนครั้งแรกของเด็กผู้หญิงไทยจะอยู่ที่ประมาณ 12 ปี 7 เดือน เด็กผู้หญิงทางภาคเหนือจะมีอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนเร็วกว่าภาคอื่น ๆ ส่วนเด็กทางภาคใต้จะมีอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนช้ากว่าภาคอื่น ๆ โดยช่วง 1-2 ปีแรกที่เริ่มมีประจำเดือน จะมาแบบไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากการทำงานของรังไข่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ จึงทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ
 
สาเหตุการปวดท้องประจําเดือน
เมื่อมีอาการปวดประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นอาการปกติของการมีประจำเดือน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นความจริงและก็มีที่ไม่จริงบ้าง โดยทั่วไปอาการปวดประจำเดือนจะเกิดจากมดลูกหดรัดตัวทำให้เกิดอาการปวดบริเวณท้องน้อย แต่หากมีอาการปวดมากจนมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือทำให้ต้องพักงาน แบบนี้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป เพราะสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นมีหลายสาเหตุ ซึ่งการรักษาบางครั้งอาจต้องถึงขั้นผ่าตัดเลยทีเดียว
 
สาเหตุของการปวดประจำเดือนจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
 
ปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ (Primary dysmenorrhea) เป็นการปวดประจำเดือนที่แพทย์ตรวจไม่พบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกรานหรือท้องน้อยที่ชัดเจน โดยจะไม่มีความผิดปกติของมดลูกและรังไข่แต่อย่างใด ในปัจจุบันเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างการมีประจำเดือน และมาจากการมีสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) หลั่งออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกมากผิดปกติ และสารชนิดนี้จะดูดซึมผ่านกระแสเลือดและมาออกฤทธิ์ที่มดลูก จึงทำให้มดลูกมีการบีบเกร็งตัวและเกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย การปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมินี้มักพบได้ในเด็กสาวหรือผู้หญิงวัยรุ่น ส่วนมากจะเริ่มมีอาการตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก หรือไม่ก็เกิดขึ้นภายในช่วง 2-3 ปีหลังจากการมีประจำเดือนครั้งแรก โดยจะมีอาการมากที่สุดในช่วงอายุ 15-25 ปี หลังจากวัยนี้ไปอาการจะค่อย ๆ ลดลง บางรายอาจหายปวดหลังแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการมีลูกแล้ว มีเพียงส่วนน้อยที่ยังอาจมีอาการตลอดไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน
ปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ (Secondary dysmenorrhea) เป็นการปวดประจำเดือนที่แพทย์ตรวจพบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกรานร่วมด้วย ลักษณะการปวดจะมีอาการปวดก่อนมีเลือดประจำเดือนมาและยังปวดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าประจำเดือนจะหยุดหรือหลังประจำเดือนหยุด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดครั้งแรกเมื่อมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้จะไม่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเลย การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมินี้ มักเกิดจากความผิดปกติของมดลูกหรือรังไข่ เช่น
การมีเนื้องอกมดลูก โดยเฉพาะในโพรงมดลูก มดลูกจึงมีการบีบตัวเพื่อขจัดสิ่งขัดขวางการหดรัดตัวในโพรงมดลูกออก จึงทำให้มีอาการปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อย ๆ
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นผิดที่ หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกต่างที่ (Endometriosis) โดยเยื่อโพรงบุมดลูกจะหลุดออกมาจากท่อรังไข่ย้อนเข้ามาเจริญที่เยื่อบุช่องท้อง รังไข่ บริเวณอุ้งเชิงกราน หรือลำไส้ ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนในร่างกายที่หลั่งออกมาจากรังไข่เช่นเดียวกับเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นในขณะที่มีประจำเดือนจะทำให้มีเลือดออกในช่องท้องด้วย จึงทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุช่องท้อง ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องในขณะที่มีประจำเดือน ซึ่งในรายที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงเป็นประจำ มักมาจากสาเหตุนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีบุตรยาก
การมีพังผืดในช่องท้อง (Pelvic adhesion) พังผืดเกิดจากการผ่าตัดครั้งก่อน หรือจากการที่เคยมีการอักเสบในอุ้งเชิงกรานมาก่อน (ที่ไม่ใช่จากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นผิดที่) จะทำให้เกิดการดึงรั้งของพังผืดกับเยื่อบุช่องท้องหรือเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการปวดขึ้นมา ส่วนมากผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังมากกว่าที่จะปวดตามรอบของประจำเดือน
การใส่ห่วงอนามัย หรือ ห่วงคุมกำเนิด (Intrauterine device birth control) จะทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายพยายามบีบตัวเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไป
อุจจาระปนเลือด
HonestDocs
 [url]https://www.honestdocs.co/stool-blood-signal[/url]
 
 [url]www.honestdocs.co[/url]


I like this
I dislike this
likes, dislikes